Black Ribbon Top Left

ติดต่อเรา
สายด่วนได้ที่ : +669-6969-4255 , +668-8991-6452

เบรกเกอร์คืออะไร

       “เบรกเกอร์” หรือที่เรียกกันว่า Circuit Breaker เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าทั้งในบ้าน อาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม เพราะทำหน้าที่ “ป้องกัน” ความเสียหายจากกระแสไฟฟ้าเกินพิกัด ไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟดูด โดยจะตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าส่งผลต่ออุปกรณ์และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักหน้าที่ หลักการทำงาน ประเภท และวิธีเลือกใช้เบรกเกอร์ให้เหมาะกับระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

เบรกเกอร์คืออะไร และมีหน้าที่อย่างไรในระบบไฟฟ้า

       เบรกเกอร์ (Circuit Breaker) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติเมื่อเกิดกระแสเกิน (Overcurrent) หรือไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) เพื่อป้องกันอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟในระบบ โดยเบรกเกอร์จะทำหน้าที่เหมือนสวิตช์ควบคุมวงจร แต่มีระบบตรวจจับความผิดปกติทางไฟฟ้าที่ทำงานได้อัตโนมัติ

หน้าที่หลักของเบรกเกอร์ ได้แก่

  • ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit Protection)

  • ป้องกันไฟฟ้าเกินพิกัด (Overload Protection)

  • ป้องกันไฟรั่ว (Earth Leakage Protection)

  • ทำหน้าที่เปิด–ปิดวงจรไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย

เบรกเกอร์จึงเปรียบเสมือน “ผู้พิทักษ์” ของระบบไฟฟ้า ช่วยให้การใช้งานพลังงานไฟฟ้ามีความปลอดภัยและเสถียรมากขึ้น

วิธีเลือกเบรกเกอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน

       การเลือกเบรกเกอร์ ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น

  1. ขนาดกระแส (Ampere Rating): เลือกให้เหมาะกับโหลดไฟฟ้าที่ใช้งาน

  2. แรงดันไฟฟ้า (Voltage Rating): ตรวจสอบให้ตรงกับระบบไฟฟ้า เช่น 220V หรือ 380V

  3. ความสามารถในการตัดกระแส (Breaking Capacity): เพื่อรองรับกรณีไฟฟ้าลัดวงจร

  4. ประเภทโหลด: เช่น มอเตอร์ เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องจักรกล

  5. มาตรฐานความปลอดภัย: ตรวจสอบสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานจากองค์กรเช่น IEC หรือ มอก.

       การเลือกเบรกเกอร์ที่เหมาะสมช่วยให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัย ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากไฟฟ้า

หลักการทำงานของเบรกเกอร์

       เบรกเกอร์ทำงานตามหลักการของ “การตรวจจับความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า” โดยมีเซนเซอร์หรือกลไกตรวจจับกระแสไฟ หากพบว่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านเกินค่าที่กำหนด เบรกเกอร์จะสั่งตัดวงจรทันทีเพื่อหยุดการส่งกระแสไฟไปยังอุปกรณ์

เบรกเกอร์ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 กลไกสำคัญคือ

  1. Thermal Trip Unit (ระบบความร้อน): ตรวจจับกระแสเกินในช่วงเวลานาน โดยใช้แผ่นโลหะสองชั้น (Bimetal) ที่โค้งงอเมื่อร้อน

  2. Magnetic Trip Unit (ระบบแม่เหล็ก): ตัดไฟเมื่อมีกระแสไฟสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น กรณีไฟฟ้าลัดวงจร

  3. Manual Operation: ผู้ใช้สามารถเปิด–ปิดวงจรไฟฟ้าเองได้เมื่อจำเป็น

เบรกเกอร์ของ ที.ที.คอนโทรล ซิสเต็มส์

-  เบรกเกอร์วงจรอากาศ
-  เบรกเกอร์วงจรอากาศสำหรับการจ่ายพลังงาน (New EMAX)
-  เบรกเกอร์แผงวงจรสำหรับการกระจายพลังงาน
-  เบรกเกอร์แผงวงจรหล่อขึ้นรูป (MCCB)
-  เบรกเกอร์ (ELCB)
-  เบรกเกอร์วงจรไฟฟ้าแรงดันต่ำ

สรุป

       “เบรกเกอร์” คืออุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ เพราะช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรและกระแสเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยควบคุมและจัดการวงจรไฟฟ้าได้สะดวก ปลอดภัย และประหยัดเวลาในการซ่อมบำรุง การเลือกเบรกเกอร์ที่ได้มาตรฐาน และการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้เสถียร ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานยาวนาน